แนะนำกีตาร์ Eko รุ่น ‘AireRelic Fiesta Red’

‘Eko’ คือ ผู้ผลิตกีต้าร์ไฟฟ้า, กีต้าร์ Acoustic รวมทั้งเครื่องมือทางดนตรีอื่นๆอีกมากมาย ของอิตาลีซึ่งผ่านกระบวนการผลิตในระดับมืออาชีพ อีกทั้งส่วนใหญ่ผลิตเพื่อการส่งออกนอกประเทศเท่านั้น โดยผลิตภัณฑ์ของพวกเขามีทั้ง กีต้าร์ Classic กีต้าร์ 12 สาย , กีต้าร์ชั้นโค้ง , กีต้าร์ไฟฟ้าและกีต้าร์เบส Acoustic

กีตาร์แบรนด์ ‘Eko’ ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในช่วงที่ความนิยมของแนวเพลง Rock & Roll ในยุค 1960 พุ่งทะยานถึงขีดสุด โดย Eko กลายเป็นผู้ส่งออกกีตาร์รายใหญ่สุดในโซนยุโรป โดยแบบจำลองไฟฟ้าของพวกเขามักจะประดับด้วยไข่มุก มีแนวทาง 3 – 4 แบบรวมทั้งแบบสวิตช์โยก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ชอบเล่นกีต้าร์ โดยกีต้าร์โมเดล Acoustic ได้รับความนิยมในประเทศเป็นอย่างสูง รวมถึงวงร็อคพื้นบ้านในช่วงปลายยุค 60 และยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน

EKO Aire Relic Fiesta Red – รายละเอียดอันน่าสนใจ

กีต้าร์ไฟฟ้า Eko รุ่น ‘AireRelic Fiesta Red’ จัดเป็นตัวแทนของการรวมกันของรูปลักษณ์อันแสน Classic ที่ควบรวมเข้ากับลักษณะของเครื่องดนตรีอันทันสมัย ในสไตล์ Look Relic ทำให้ AIRE กลายมาเป็นปรากฏอันเป็นเครื่องมือที่ดัดแปลงมาจากยุค 60 โดยสิ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียดอันทำให้เครื่องดนตรีชิ้นนี้ มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วย Key Board 24 ปุ่ม , สะพาน Humbucker ซึ่งมาพร้อมกับ push pull สำหรับการแยกขดลวดทั้ง 2 ให้ง่ายดายมากขึ้น

เสียงที่ออกมามีความเบาคออยู่ในรูปแบบ American Rock Maple และแป้นพิมพ์ที่มี 24 ปุ่มพร้อมกับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มี Eko Vintage Pickups มี HSS ที่ใช้ในการกำหนดค่า รวมทั้งการควบคุมระดับเสียง 2 เสียง , 5-way switch และ Push-pull เพื่อแยกสายพาน ส่งผลให้เครื่องดนตรีนี้มีความเหมาะสมสำหรับแนวดนตรีทุกประเภท ! ส่วนบนของแป้นเข้าถึงได้ง่าย เพราะมีตัวตัดแบบกว้าง อันเป็นลักษณะเฉพาะของ Elements Aire ทุกรุ่น Aire Relic มีความโดดเด่นทางสีสัน ที่สร้างประวัติศาสตร์ของกีตาร์ในแนว Daphne Blue, Fiesta Red และ Sunburst

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคของ ‘EKO Aire Relic Fiesta Red’

  • จำนวนสตริง : 6
  • วัสดุ : เมเปิ้ลอเมริกัน
  • วัสดุคีย์บอร์ด : American Maple
  • จำนวนของคีย์ฟรี : 21
  • จำนวนปุ่มทั้งหมด : 24
  • Pickguard : Vintage Mint เขียว
  • การกำหนดค่า : H-S-S
  • Eko Vintage
  • การควบคุม : ระดับเสียง, 2 Tones, 5 Way Switch (ด้วยการกดดึง)
  • การตกแต่งแถบด้านล่าง : Matt Relic
  • สี : Fiesta Red
  • สายกีตาร์ที่แนะนำ นำมาใช้ให้เหมาะสมที่สุด : Eko Guitars .010
  • Bridge : Eko Vintage
  • กลไก : Eko Vintage

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบความ Classic ของยุค 60 กลิ่นอายซึ่งไม่สามารถย้อนยุคไปได้ จากการจับกีต้าร์เพียงตัวเดียว เราขอแนะนำให้ ‘EKO Aire Relic Fiesta Red’ เป็นตัวเลือกอันดีงามสำหรับคุณ

แนะนำกลอง Sonor รุ่น PL12 Stage 2 Shells

 

‘กลอง Sonor’ เป็นเครื่องดนตรีจากประเทศเยอรมัน ได้รับความนิยมในประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งก็มีออกมาให้เลือกมากมายหลายรุ่นด้วยกัน สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับ ‘กลอง Sonor’ รุ่น PL12 Stage 2 Shells กันว่ามีประสิทธิภาพดีและน่าสนใจอย่างไรบ้าง

กลอง Sonor สัญชาติเยอรมัน รุ่น PL12 Stage 2 Shells น่าครอบครอง

สำหรับการตั้งค่าในส่วนของ ‘ProLite Stage combinano’ ทั้งหมด ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้ความแม่นยำในระดับสูง เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความสมบูรณ์แบบ และมีระดับความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง

‘กลอง Sonor’ รุ่น PL12 Stage 2 Shells Sonor นำมาใช้งานได้ดีกับขนาดพื้นที่ขนาดใหญ่ รวมทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ซึ่งต้องการให้เสียกลองกระหึ่มไปไกล ด้วยการเทียบคุณสมบัติ OSM ด้วยการวัดเชลล์อย่างเหมาะสม รวมทั้งการสร้างระบบเสียงทั้งหมด ด้วยระบบเสียงคุณภาพขั้นสูง ซึ่งจะช่วยให้ระบบการตีต่างๆ ในหลากหลายลีลา เป็นไปอย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น

ส่วนประกอบของ ‘กลอง Sonor’ รุ่น PL12 Stage 2 Shells

  • Cassa 22″ x 17.5″ No Mount (ปราศจาก Forata)
  • Tom 10″ x 8″
  • Tom 12″ x 9″
  • Timpano 14″ x 14″
  • สี : Silver Sparkle

Hard Ware อื่นๆ อันเป็นองค์ประกอบของ ‘กลอง Sonor’ รุ่น PL12 Stage 2 Shells

  • Supporto rullante SS 677 MC
  • Meccanica Charlestone HH 674 MC
  • Aste dritte per piatto CTS 679 MC
  • Aste a giraffe per piatto MBS 673 MC
  • Pedale per cassa SP 673
  • Seggiolino DT 670

ด้วยคุณสมบัติของกลองชุดชิ้นนี้ จะช่วยให้คุณสามารถฝึกพัฒนาทักษะของตนเองได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ซึ่งในทุกๆขั้นตอนการตรวจผลิต ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด พยายามมองหาทุกอย่างที่เป็นไปได้ ซึ่งจะพัฒนาให้ PL12 Stage 2 Shells มีคุณสมบัติดีขึ้น

จังหวะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของมนุษย์ มันคือสิ่งขับเคลื่อนจังหวะการเต้น ซึ่งให้พลังและการเคลื่อนไหว อย่างเป็นระบบ โดยประวัติศาสตร์ของ SONOR สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นเต้นของความท้าทายทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งผู้ประกอบการจังหวะซึ่งเชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ตลอดจนความซับซ้อนทางดนตรี ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาของประวัติศาสตร์ SONOR มีประเด็นสำคัญอยู่ในความมุ่งมั่นแน่วแน่ต่อคุณภาพ รวมทั้งงานฝีมือโดยเฉพาะ

จากจุดเริ่มต้นที่มีแต่กาลก่อน มีจนถึงทุกวันนี้ SONOR ได้พัฒนากลายเป็นองค์กรที่มีความทันสมัย โดยให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศ และแน่นอนว่าในประเทศไทยด้วย นี่จึงเป็นคำตอบที่ว่าทำไมนักดนตรีชาวไทยถึงให้ความสนใจกับกลอง SONAR มากมายถึงเพียงนี้ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีล่าสุด จะได้ค้นพบวิธีการผลิต SONOR หากแต่ความลับของเสียง SONOR ยังคงอยู่สืบไป ทุกสิ่งที่สะท้อนออกมายังคงอยู่ในความใส่ใจอย่างพิถีพิถัน ถึงแม้แต่รายละเอียดขนาดเล็กที่สุดก็ตาม นอกจากนี้ความมุ่งมั่นของผู้ก่อตั้งที่ต้องการรักษาคุณภาพในระดับสูงสุดเท่าที่จะทำได้